เด็กหลอดแก้ว (IVF) คือ อะไร

แชร์เลย ...
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn

เด็กหลอดแก้ว (In Vitro FertilizationIVF) คือ เทคโนโลยีที่ช่วยในการปฎิสนธิระหว่างไข่และสเปิร์มที่ภายนอกร่างกาย เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาภาวะการมีบุตรยาก ด้วยการนำไข่ออกมาจากร่างกายของฝ่ายผู้หญิงและนำเอาสเปิร์มของฝ่ายผู้ชาย มาทำการปฏิสนธิกันภายในภาชนะบรรจุของเหลว เสร็จแล้วจึงนำไข่ที่มีการปฏิสนธิแล้ว หรือ ตัวอ่อนเอ็มบริโอ(Embryo) ใส่เข้าไปยังมดลูกของฝ่ายผู้หญิง เพื่อทำให้การตั้งครรภ์นั้นสมบูรณ์

คำว่า “เด็กหลอดแก้ว” มาจากการที่ขั้นตอนในการทำให้เกิดเด็กมีการปฎิสนธิแบบ “In Vitro” ที่เป็นภาษาละติน แปลว่า “ภายนอกสิ่งมีชีวิต” ซึ่งIn Vitro โดยทั่วไปมักจะทำกันในหลอดทดลองและหลอดทดลองจะทำมาจากแก้ว จึงได้เรียกหลอดทดลองว่า หลอดแก้ว และเป็นเหตุให้เรียกเด็กที่เกิดจากขั้นตอนเหล่านี้ว่า “เด็กหลอดแก้ว

ปัจจัยในการเลือกทำเด็กหลอดแก้ว (In Vitro FertilizationIVF)
โดยจะพิจารณาจากปัจจัยที่ส่งผลต่อภาวะมีบุตรยากในคู่สมรสได้แก่
– ฝ่ายผู้หญิงมีปัญหาเกี่ยวกับระบบท่อนำไข่ผิดปกติ เช่น ได้รับความเสียหาย, มีการอุดตัน, เคยรับการผ่าตัด เป็นต้น
– ฝ่ายผู้ชายมีปัญหาเกี่ยวกับคุณภาพเชื้ออสุจิหรือเชื้ออสุจิผิดปกติ เช่น มีรูปร่างผิดปกติ มีจำนวนน้อยกว่าปกติ มีการเคลื่อนไหวน้อยหรือเคลื่อนที่ได้ไม่ดี
– ฝ่ายผู้หญิงมีปัญหาเกี่ยวกับภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่
– ฝ่ายผู้หญิงมีปัญหาเกี่ยวกับระบบฮอร์โมนรังไข่ผิดปกติ เช่น ภาวะไม่ตกไข่เรื้อรัง
– ผ่านการทำผสมเทียมมาแล้วแต่ไม่สำเร็จ
– มีปัญหาเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
– มีความจำเป็นต้องใช้ไข่ที่ได้รับการบริจาคจากผู้อื่น
– การตรวจโรคทางพันธุกรรมของบุตรก่อนเกิดโดยมีการตรวจก่อนที่จะมีการถ่ายฝากตัวอ่อนเข้าสู่มดลูก ด้วยวิธีการEmbryo Biopsy
– การมีภาวะที่ไม่ทราบสาเหตุของการมีบุตรยาก โดยที่คู่สมรสมีความพยายามจะมีบุตรมามากกว่า 3 ปี

ขั้นตอนการทำเด็กหลอดแก้ว
1.เตรียมความพร้อมของคู่สมรส โดยการ
– สรุปประวัติการรักษา
– ตรวจร่างกาย
– ตรวจระบบฮอร์โมนรังไข่
– ตรวจอัลตราซาวด์มดลูกและรังไข่
– ตรวจความแข็งแรงของเชื้ออสุจิ
2.วางแผนและทำความเข้าใจร่วมกันระหว่างแพทย์และคู่สมรส
3.ทำการกระตุ้นรังไข่เพื่อให้มีการตกไข่และทำให้ไข่สุกในรังไข่
4.ตรวจการเปลี่ยนแปลงของไข่ด้วยการอัลตราซาวนด์
5.เก็บไข่ออกจากร่างกายฝ่ายหญิงพร้อมกับการเก็บเชื้ออสุจิจากฝ่ายชาย
6.นำไข่ไปปฏิสนธิกับสเปิร์ม
7.เพาะเลี้ยงตัวอ่อนในน้ำยาเลี้ยงให้เติบโตและแข็งแรงภายในห้องปฏิบัติการ
8.ถ่ายฝากตัวอ่อนเพื่อฝังตัวในโพรงมดลูก
9.ตรวจติดตามระดับฮอร์โมนของฝ่ายหญิงในระหว่างการฝังตัวของตัวอ่อนหรือการตั้งครรภ์

ระยะเวลาในการทำเด็กหลอดแก้ว
เด็กหลอดแก้วจะใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 4-6 สัปดาห์จึงจะเสร็จสมบูรณ์ โดยที่หลังจากมีการถ่ายฝากตัวอ่อนเข้าสู่โพรงมดลูกแล้วประมาณ 2 สัปดาห์ทางแพทย์จะนัดมาตรวจเลือดเพื่อทดสอบการตั้งครรภ์

โอกาสสำเร็จในการทำเด็กหลอดแก้ว
โอกาสสำเร็จจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง โดยทั่วไปจะมีโอกาสตั้งครรภ์ที่ประมาณ 15-35 % และเด็กมีโอกาสเกิดความพิการไม่แตกต่างจากการตั้งครรภ์ โดยธรรมชาติ

การแท้งบุตรของการทำเด็กหลอดแก้ว
ถ้าสภาพร่างกายของฝ่ายผู้หญิงที่มาทำเด็กหลอดแก้ว“>เด็กหลอดแก้วหากตั้งครรภ์ตามปกติแล้วมีโอกาสที่จะแท้งสูง การตั้งครรภ์ด้วยการทำเด็กหลอดแก้ว“>เด็กหลอดแก้วนั้นจึงมีความเสี่ยงมากที่จะแท้งมากตามมาด้วย

หัวข้ออื่นที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีชีวภาพ (Links ภายในเว็บ ThaiBiotech.info)